ร้านอาหารกึ่งบาร์ เป็นธุรกิจที่ใครก็อยากลงเล่นในสนามแข่งขันนี้ดูสักครั้ง หลายคนมีความชอบในการกิน ดื่ม ฟังเพลง พูดคุยกับเพื่อนสนิทในร้านของตัวเอง แต่ไม่ใช่ว่าใครทุกคนที่มีทุน มีไอเดียแล้วจะทำได้

วันนี้ Wecosystem : School of Entrepreneurs พาทุกคนมาทำรู้จักกับ Honey Pie ร้านอาหารกึ่งบาร์เล็ก ๆ ที่มีลูกค้าประจำเยอะ จนขึ้นชั้นว่ามีลูกค้ากลุ่ม Royalty สูง กลับมาซ้ำแล้วซ้ำอีกจนกลายเป็นเพื่อนกัน ด้วยความที่อาหารอร่อย บรรยากาศของร้านเหมือนนั่งกินที่บ้าน ไม่โหวกเหวกจอแจมากไปจนรุกล้ำความเป็นส่วนตัวของลูกค้าคนอื่น ทำให้ร้านนี้เติบโตมาได้เป็นปีที่ 10 ทั้งที่ทำเลของร้านซ่อนตัวอยู่ในหมู่บ้านย่านพระราม 6 ก็ตาม

Honey Pie เปิดในปี 2551 ครบรอบ 10 ปีเมื่อ 1 ตุลาคม 2561

ร้าน Honey Pie ใช้บ้านเก่า ทำเป็นร้านอาหาร Renovate มาแล้ว 1 ครั้ง ยังคงรูปแบบเดิมเอาไว้

คอหมูทอดน้ำปลา หนึ่งในเมนูแนะนำของร้าน

บรรยากาศ Outdoor ของร้าน Honey Pie

บรรยากาศในร้าน Honey Pie

จี๊ป – เกมส์ จูฑะพุทธิ หุ้นส่วนร้าน Honey Pie

จี๊ป-จูฑะพร , เกมส์ – จิรายุ จูฑะพุทธิ ตัวแทนหุ้นส่วนร้าน Honey Pie บอกเราว่า สิ่งสำคัญที่สุดของร้านคือ รสชาติอาหารที่ต้องปรุงสดทุกจานด้วยแม่ครัวประจำ ไม่มีเมนูอาหารแช่แข็งอุ่นร้อน ตั้งแต่เปิดร้านมา 10 ปี เปลี่ยนแม่ครัวเพียง 1 ครั้ง เมนูในร้านเลยมีความหลากหลายได้ เพราะเมนูคิดค้นร่วมกันระหว่างหุ้นส่วนกับแม่ครัว

อะไรที่ทำให้ลูกค้ากลับมาซ้ำ
– 3 อย่างที่สำคัญสุดคือ บรรยากาศ,เมนูที่ต้องสั่ง และดนตรีสดทุกวัน บรรยากาศร้านเป็นกันเอง ผ่อนคลายให้อารมณ์ Cozy เข้าถึงง่าย ไม่มีจริตเยอะ ลูกค้าเป็นคนประเภทเดียวกัน ทุกคนมีลักษณะเฉพาะตัว ส่วนใหญ่จะเป็น Artist ที่ทำงานสายศิลปะบันเทิงมาเป็นลูกค้าของที่นี่ทั้งนั้น

อีกอย่างที่ปฏิเสธไม่ได้คือ Connection ของหุ้นส่วนทุกคน เรามีหุ้นส่วนเยอะ 15 คน แต่ละคนมีงานประจำหลากหลาย ทั้งโบรกเกอร์ , ดูแลแบรนด์เครื่องสำอาง ,ผู้ประกาศข่าว ,ศิลปินนักวาดภาพ หุ้นส่วนรุ่นแรกของเราเป็นกลุ่มศิลปิน จุฬาฯ , ศิลปากร ทำให้ร้าน Honey Pie นำพาคนเหล่านี้เข้ามาเจอกันด้วย

ดนตรีสดในร้านมีทุกวัน แนวเพลงหลากหลายทั้งยุค 90 หรืออคูสติก

การแข่งขันในธุรกิจร้านอาหารสูงมาก หลายร้านสวยอลังฯ แต่ปิดตัวเร็ว ทำยังไงถึงอยู่ในธุรกิจนี้มาได้ 10 ปี
– เราไม่เอาเปรียบลูกค้า ตั้งแต่เปิดร้านมาขึ้นราคาอาหารแค่ 1 ครั้ง ปริมาณอาหารเต็มจาน ร้านอื่นถ้าไปกัน 6-7 คน หารกันก็ตกคนละ 500 บาท แต่ร้านเราเฉลี่ย 200-300 บาท มิกเซอร์เราคิดอย่างละ 30 บาท ข้าวกระเพราไข่ดาวจานละ 90 บาท แถมมีดนตรีสดให้ฟังเพลิน ๆ ทุกวัน

เราไม่เอากำไรมาก เพื่อให้ลูกค้ามาซ้ำได้บ่อย ๆ จะมาเมื่อไหร่ก็ได้ ไม่จำเป็นต้องเป็นศุกร์ เสาร์ อาทิตย์ อีกอย่างคือเรามีซัพพลายเออร์ที่ดี จะคอยเสนอดีลให้ในราคาพิเศษ ทำให้ได้ต้นทุนที่ถูกลง เรายังเคยจัด Happy Hour ไม่เกิน 2 ทุ่มเรามีฟรีบาร์ให้ลูกค้าด้วย

บรรยากาศในร้าน Honey Pie

คนที่อยากเข้ามาทำธุรกิจนี้ ต้องเตรียมตัวยังไงบ้าง
– อย่างแรกเลยเราต้องซื่อสัตย์กับลูกค้า ไม่เอาวัตถุดิบของเหลือมาใช้ในวันใหม่ ใช้ของสดวันต่อวัน มีความรับผิดชอบต่อลูกค้าที่เลือกมาร้านเรา ต้องมีความชัดเจน มีคาแรคเตอร์ของร้าน ว่าอยากจะได้ลูกค้าแบบไหนเข้ามาในร้าน ต้อง Target ลูกค้าให้ชัด

การเป็นร้านอาหารกึ่งบาร์ จะต้องเป็น Community ให้ลูกค้าใช้เวลาพูดคุยกันได้นานเท่าไหร่ก็ได้

การเป็นเจ้าของร้านอาหารหรือร้านแบบนั่งดื่ม น่าจะเป็นธุรกิจที่ผู้ประกอบการหลายคนอยากลองทำสักครั้ง เพราะความหอมหวานของมูลค่าตลาดธุรกิจร้านอาหารต่อปีสูงเกิน 4 แสนล้านบาท ไม่แปลกเลยที่ตัวเลขนี้ดึงดูดใจให้มีผู้ประกอบการหน้าใหม่เข้าสู่ตลาดร้านอาหารอย่างต่อเนื่อง แต่จะรอดเท่าไหร่ ขึ้นอยู่ที่การหาตัวตนของร้านให้เจอและซื่อสัตย์กับทุกสิ่งที่ทำ เหมือนอย่างที่ร้าน Honey pie ทำมาตลอดค่ะ

จี๊ป- เกมส์ จูฑะพุทธิ หุ้นส่วนร้าน Honey Pie

และนี่คือข้อคิดดี ๆ จากร้าน Honey Pie ร้านอาหารสไตล์ Cozy ที่เข้าถึงง่ายและน่ารัก ใครไปแถวพระราม 6 แวะไปนั่งเพลิน ๆ ที่ร้านกันได้นะคะ อย่าลืมติดตามบทความ-ข่าวสารดี ๆ ของเราได้ที่ Wecosystem Channel นอกจากบทความแล้ว ยังมีกิจกรรมสร้างความรู้สำหรับผู้ประกอบการทุกเดือนค่ะ